
แผลกดทับไม่ได้เกิดเฉพาะผู้สูงอายุ. เด็กที่ป่วยหนัก เคลื่อนไหวน้อย ใช้รถเข็น อยู่ ICU หรือมีอุปกรณ์การแพทย์กดผิวเป็นเวลานานก็เกิด pressure injury ได้ และในเด็ก medical device-related pressure injury เป็นเรื่องสำคัญมาก [1–3].
แต่การนำสูตรของผู้ใหญ่มาใช้ตรง ๆ เช่น “พลิกทุก 1–2 ชั่วโมงสำหรับเด็กทุกคน” ไม่ใช่วิธีที่ดี. อายุ ขนาดตัว สภาพไหลเวียนเลือด ความเจ็บป่วย อุปกรณ์ที่ใช้ และความสามารถในการขยับต่างกัน จึงต้องประเมินและวางแผนรายบุคคล.
1. เด็กคนไหนเสี่ยง ไม่ใช่แค่ “เด็กติดเตียง”
กลุ่มที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่:
- ทารก/เด็กที่อยู่ NICU หรือ PICU;
- เด็กที่ใส่ท่อช่วยหายใจ, NIV/CPAP, oxygen interface, cervical collar, splint, cast หรืออุปกรณ์ monitoring;
- เด็กที่ได้รับยากดประสาทหรือขยับตัวเองได้น้อย;
- เด็กที่มีโรคระบบประสาท/กล้ามเนื้อ ใช้รถเข็น หรือมี contracture;
- เด็กที่ perfusion ไม่ดี บวม มีไข้สูง/วิกฤต หรือพักรักษานาน;
- เด็กที่โภชนาการไม่เพียงพอหรือมีน้ำหนักตัว/วัยที่ทำให้ผิวและเนื้อเยื่อเปราะบาง.
งาน systematic review ในเด็กพบว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์เป็นแหล่ง pressure injury ที่สำคัญ โดยตำแหน่งที่พบบ่อยรวมถึงใบหน้า ศีรษะ และเท้า/ข้อเท้า [2].
2. จุดเสี่ยงของเด็กอาจไม่เหมือนผู้ใหญ่
ผู้ใหญ่ทำให้เรานึกถึง sacrum, heel และ hip แต่เด็ก—โดยเฉพาะทารก—มีสัดส่วนศีรษะและ anatomy ต่างกัน. จุดที่ต้องตรวจจึงรวมถึง:
- หลังศีรษะ/ท้ายทอย;
- ใบหูและหลังหู;
- สันจมูก แก้ม ริมฝีปาก หรือจุดสัมผัสหน้ากาก/สาย;
- ใต้สาย oxygen, pulse oximeter, ECG lead, splint หรือ cast;
- ส้นเท้า ข้อเท้า เท้า;
- ก้นกบ/สะโพกตามท่า;
- บริเวณชื้นจากเหงื่อ น้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ.
อย่าตรวจเฉพาะ “ปุ่มกระดูก” แต่ต้องตรวจ ใต้และรอบอุปกรณ์ เท่าที่ปลอดภัยและตามแผนของทีมรักษา [2,3].
3. รอยแดงไม่หายหลังลดแรงกด คือสัญญาณที่ไม่ควรรอดูหลายวัน
ผิวเริ่มต้นอาจมีสีเปลี่ยน แดง คล้ำ ร้อน/เย็นกว่ารอบข้าง บวม แข็ง นุ่มผิดปกติ หรือเด็กแสดงอาการเจ็บเมื่อแตะ. ในผิวสีเข้ม “แดง” อาจเห็นไม่ชัด จึงต้องอาศัยสีที่ต่างจากเดิม อุณหภูมิ ความแข็ง/นุ่ม และอาการเจ็บร่วมด้วย.
หากมีตุ่มพอง ผิวเปิด เนื้อเยื่อลึกขึ้น สีม่วงคล้ำ หรือบริเวณใต้ device ดูผิดปกติ ควรให้ทีมรักษาประเมิน ไม่ควรนวดรอยแดงหรือรอจนเป็นแผลลึก.
4. การเปลี่ยนท่าในเด็กต้อง individualized ไม่ใช่จับเวลาตายตัวทุก 2 ชั่วโมง
ต้นฉบับเดิมแนะนำ “เปลี่ยนท่าทุก 1–2 ชั่วโมง” ซึ่งง่ายต่อการจำ แต่ไม่ควรใช้เป็นกฎเดียวสำหรับเด็กทุกคน. แผน repositioning ต้องดู:
- ความเสี่ยงของเด็กและผิว ณ ตอนนั้น;
- support surface/ที่นอนหรือเบาะที่ใช้;
- ความสามารถในการขยับเอง;
- ความทนต่อการเปลี่ยนท่า เช่น ระบบหายใจ/ไหลเวียน;
- อุปกรณ์การแพทย์และตำแหน่งที่ต้องรักษา;
- การนอน ความเจ็บ และการดูแลอื่น ๆ.
หลักคือ ลดระยะเวลาและความเข้มของแรงกด โดยไม่ทำให้การรักษาหลักเสีย. หากเด็กอยู่โรงพยาบาล ให้ทำตามแผนของทีม pediatric/wound care มากกว่าตั้ง timer เอง.
5. อุปกรณ์การแพทย์ต้อง “พอดี–ยึดมั่นคง–ไม่กดจุดเดียว” และตรวจผิวเป็นระบบ
อุปกรณ์ที่ช่วยชีวิตก็ทำให้เกิด pressure injury ได้. ผู้ดูแลสามารถช่วยสังเกตได้โดยถามทีมว่า:
- device นี้ต้องอยู่ตำแหน่งนี้ตลอดหรือขยับ/สลับจุดได้หรือไม่;
- สายตึงเกินไปหรือมีขอบแข็งกดผิวหรือไม่;
- มีเหงื่อ/ความชื้นค้างใต้ mask, tape หรือ collar หรือไม่;
- ควรเปิดตรวจผิวบ่อยแค่ไหนโดยไม่รบกวนการรักษา;
- มี protective interface หรือ padding ที่เหมาะกับ device/วัยหรือไม่.
อย่าสอด padding เองในอุปกรณ์ที่ต้อง fit อย่างแม่นยำ เช่น respiratory interface หรือ immobilization device เพราะอาจทำให้ device ทำงานผิดหรือสร้างจุดกดใหม่.
6. ผิว ความชื้น และโภชนาการเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน แต่ไม่ใช่ทางลัด
ดูแลผิวให้สะอาดและแห้งพอดี ลดการเสียดสี และจัดการ incontinence/secretions อย่างอ่อนโยน. เด็กที่กินไม่ได้ น้ำหนักลด หรือมีภาวะโภชนาการเสี่ยงควรได้รับการประเมินโดยทีมรักษา—ไม่ใช่เพิ่มวิตามิน/โปรตีนแบบเหมารวม.
ภาวะโภชนาการมีความสำคัญต่อเนื้อเยื่อและการฟื้นตัว แต่การให้ zinc, vitamin C, iron หรือ supplement โดยไม่มีข้อบ่งใช้อาจไม่เหมาะกับเด็กทุกคน. เป้าหมายคือประเมิน ความต้องการจริงตามวัย โรค และภาวะโภชนาการ.
7. Mildvy หรือ skin barrier มีขอบเขต: ผิว intact/fragile skin ไม่ใช่ยารักษาแผลกดทับ
ในโครงการ Genki Houses, Mildvy วางบทบาทเป็นผลิตภัณฑ์ภายนอกสำหรับ ผิว intact/fragile skin ใน caregiver routine ไม่ใช่ยารักษา pressure injury, ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ใส่แผลเปิด และไม่ใช่การรักษาการติดเชื้อ.
สำหรับเด็กยิ่งต้องระวังมากขึ้น: บทนี้ไม่ถือว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในผู้ใหญ่สามารถใช้ในเด็กได้โดยอัตโนมัติ หากฉลาก/ข้อมูลอายุและคำแนะนำ pediatric ยังไม่ยืนยัน. เมื่อเด็กมีรอยกดผิดปกติหรือแผลเปิด ให้ทีมเด็ก/แผลเป็นผู้เลือก dressing/barrier ตามตำแหน่งและสภาพผิว.
8. เมื่อไรผู้ปกครองควรเรียกพยาบาล/แพทย์ทันที
ขอประเมินเร็วเมื่อ:
- สีผิวเปลี่ยนและไม่กลับหลังลดแรงกด;
- มีตุ่มพอง ผิวเปิด เลือดออก หรือเนื้อเยื่อลึก;
- มีความคล้ำม่วง/ดำหรือบวมร้อนมากขึ้น;
- มีหนอง กลิ่นผิดปกติ ไข้ หรือเด็กซึม/เจ็บมากขึ้น;
- device กดจนเกิดรอยชัด แต่ไม่สามารถถอด/ขยับเองได้;
- เด็กมี perfusion/oxygenation แย่ลงหรือมีความเจ็บป่วยวิกฤตร่วม.
ถ้าอยู่บ้านและเด็กพึ่งพาอุปกรณ์หรือเคลื่อนไหวน้อย ควรมีแผนล่วงหน้าว่าจะติดต่อทีมใดเมื่อพบรอยแรก ๆ.
9. Checklist สำหรับผู้ปกครอง: ดู “ผิว + ท่า + device + ความชื้น + อาการเจ็บ”
การป้องกันที่ใช้ได้จริงไม่จำเป็นต้องซับซ้อน. ทุกครั้งที่มีโอกาสดูแลเด็ก ให้คิด 5 เรื่อง:
- ผิว: มีสี/อุณหภูมิ/ความแข็งเปลี่ยนหรือไม่;
- ท่า: จุดเดิมรับแรงกดนานเกินไปหรือไม่ และมีแผน repositioning ที่เหมาะกับเด็กหรือยัง;
- Device: สาย หน้ากาก splint sensor หรืออุปกรณ์ใดกดผิว;
- ความชื้น: มีเหงื่อ น้ำลาย หรือสิ่งขับถ่ายค้างจนผิวเปื่อยหรือไม่;
- อาการ: เด็กเจ็บ งอแงเฉพาะเมื่อแตะจุดเดิม หรือไม่ยอมขยับผิดปกติหรือไม่.
สรุป: แผลกดทับในเด็กมีจริง และหลายครั้งเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์การแพทย์. การป้องกันที่ดีคือประเมินตามวัยและสภาพเด็ก ตรวจจุดสัมผัส device อย่างสม่ำเสมอ และใช้แผน repositioning/support surface แบบ individualized—ไม่ใช่นำสูตร “ทุก 2 ชั่วโมงสำหรับทุกคน” มาใช้โดยไม่คิดบริบท.
เอกสารอ้างอิงและขอบเขตหลักฐาน
- Delmore B, et al. Pressure Injuries in the Pediatric Population: A National Pressure Ulcer Advisory Panel White Paper. Adv Skin Wound Care. 2019. PMID: 31436620.
- Şimşek E, et al. The incidence and prevalence of medical device-related pressure injuries in pediatric patients: systematic review and meta-analysis. J Pediatr Nurs. 2023;72:e130-e138. PMID: 37344345.
- Li Y, et al. The incidence, prevalence, and risk factors of medical device-related pressure injuries in paediatric inpatients: systematic review and meta-analysis. J Tissue Viability. 2025. PMID: 41202419.
- Genki Houses project source: original WP4799.
ขอบเขต: บทนี้ให้ความรู้เพื่อเฝ้าระวังและคุยแผนกับทีมรักษา ไม่แทน pediatric wound assessment และไม่รับรองผลิตภัณฑ์ผิวใดสำหรับเด็กโดยไม่มีฉลาก/ข้อมูลอายุที่ยืนยัน.
